by coolzaza » Sat Aug 21, 2010 9:26 am
ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใดครับ กลับเป็นการดีซะอีก
ก่อนอื่นต้องขออธิบายเกี่ยวกับแบตที่เราใช้กันอยู่ก่อนนะครับ
ไม่ใช่เฉพาะ BB เท่านั้น แต่ปัจจุบันมือถือทุกเครื่อง และพวก portable electronic device เกือบทั้งหมดจะใช้แบตแบบลิเทียมไอออน (Li-ion) (ถ้าเป็นสมัยเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว จะเป็น นิเกิล เมนทรัลไฮไดร (NiMH) Li-ion ยังไม่ได้ถูกคิดค้นขึ้นมา)
สำหรับแบตแบบ Li-ion นี่มันชอบถูกชาร์ตบ่อยๆครับ ชาร์ตตอนไหนก็ได้ ชาร์ตนานแค่ไหนก็ได้ และที่สำคัญห้ามให้แบตแบบนี้หมดเกลี้ยงๆ เพราะถ้ามันหมดเกลี้ยงพอเอาไปชาร์ตมันจะชาร์ตไฟไม่เข้าครับ ซึ่งในส่วนนี้ก็ไม่ต้องห่วงเพราะ BB มันถูกตั้งไว้ให้ปิดเครื่องเองก่อนที่แบตจะเกลี้ยงอยู่แล้วครับ แต่ต้องระวังเรื่องที่เราไปฝืนเปิดเครื่องทั้งๆที่รู้ว่าแบตหมด เพราะถ้าทำบ่อยๆอาจจะทำให้แบตหมดจริงๆได้
สำหรับการนับจำนวนครั้งที่ชาร์ตได้ก่อนแบตจะเสื่อมสำหรับ Li-ion นั้น จะนำเป็นจำนวนประจุที่ได้ชาร์ตเข้าไป ไม่ได้นับเป็นจำนวนครั้งที่เสียบชาร์ตครับ
สมมติสเปคแบตบอกว่าสามารถชาร์ตได้ 1000 รอบแล้วคุณเอาแบตที่มีพลังงานเหลืออยู่ 80% ไปชาร์ตจนเต็ม แบตต้องการประจุอีก 20% จึงจะเต็ม การชาร์ตครั้งนั้นจะถูกนับเป็น 0.2 รอบเท่านั้น ไม่ได้นับเป็น 1 รอบ ดังนั้นคุณสามารถนำแบตที่มีอยู่ 80% ไปชาร์ตจนเต็มได้ถึง 5000 ครั้ง ก่อนที่แบตจะเสื่อมภาพครับ
ดังนั้นการเสียบ USB เพื่อต่อเน็ต ก็เหมือนการชาร์ตทีละเล็กน้อย ทำให้ไม่เป็นปัญหาต่อการทำให้แบตเสื่อมเร็วกว่าปกติแต่อย่างใดครับ
สำหรับความเชื่อที่บอกว่าต้องให้แบตเกลี้ยงก่อนแล้วจึงนะไปชาร์ต
เนื่องจากเมื่อก่อน (ประมาณ 10 ปีที่แล้ว) เราใช้แบตแบบ NiMH ซึ่งการเสียบสายชาร์ตแต่ละครั้งจะถูกนับจำนวนรอบการชาร์ตเป็น 1 รอบเสมอ ดังนั้นเขาจึงบอกว่า ควรให้หมดก่อนแล้วค่อยชาร์ตจะทำให้แบตใช้งานได้นานขึ้นนั่นเองครับ
สำหรับความเชื่อที่ว่าการชาร์ตครั้งแรกต้อง 12 ชั่วโมงนั้นก็มาจากแบตแบบ NiMH เหมือนกันครับ
เนื่องจากคุณลักษณะของแบตแบบนี้การชาร์ตครั้งแรกต้องทำการกระตุ้นแบตก่อน แบตจึงจะใช้งานได้ดี ซึ่งไม่เป็นจริงสำหรับแบตแบบ Li-ion อีกต่อไปแล้ว โดยปัจจุบันเครื่องชาร์ตมือถือจะมีหยุดจ่ายไฟเองเมื่อแบตเต็มอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าคุณเสียบชาร์ตไว้ 12 ชั่วโมง เครื่องชาร์ตคุณมันก็ชาร์ตให้จนแบตเต็ม (ประมาณ 2-3 ชั่วโมง) แล้วจะหยุดจ่ายไฟให้เองอยู่แล้วครับ ดังนั้บเสียบทิ้งไว้ก็เสียเวลาเปล่าๆ