
คำว่า “โลกเปลี่ยนไป” เป็นคำพูดที่ดูน่าเบื่อ แต่เป็นความจริงอย่างที่สุด ซึ่งเกิดขึ้นอยู่ทุกๆ วัน ด้วยนวัตกรรมจากโลกไฮเทคเป็นตัวนำพาเราไปสู่ชีวิตที่สะดวกสบายขึ้่น แต่ใครที่คุมตัวเองไม่อยู่ หรือตามไม่ทันก็จะบอกแต่ว่ายุ่งเหยิงมากขึ้น
และล่าสุด “NFC (Near Field Communication)” ชิปไอซีชิ้นเล็กๆ ที่กำลังจะกลายเป็น “สิ่งจำเป็น” สำหรับฮาร์ดแวร์ใหม่ในมือถือสมาร์ทโฟน จะมาเปลี่ยนพลวัตร และสร้างไลฟ์สไตล์ใหม่ให้กับเราอีกระรอก โดยสำนักวิจัยจูนิเปอร์ยังคาดการณ์ว่าในอีก 3 ปีข้างหน้ามือถือ 1 ใน 6 เครื่องจะมีชิป NFC ฝังอยู่ จึงอาจกล่าวได้ว่า NFC คือมาตรฐานใหม่แห่งวงการมือถือได้อย่างแท้จริง
NFC คืออะไร?

NFC (Near Field Communication) คือ นวัตกรรมการสื่อสารข้อมูลแบบไร้สายระยะใกล้ (10 เซนติเมตร) ทำงานที่คลื่นความถี่ 13.56 MHz และรับส่งข้อมูลด้วยความเร็ว 424 Kbits ต่อวินาที โดยทั่วไปแล้วสามารถส่งผ่านข้อมูลได้ในเวลาที่น้อยกว่า 1 วินาที (แตะแล้วอ่านเลย) ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้เราสามารถทำธุรกรรมต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ดี นวัตกรรมการรับส่งข้อมูลแบบไร้สายระยะสั้นก็ได้พัฒนามาเรื่อยๆ ตั้งแต่ยุคอินฟราเรด จนกระทั่งมาเป็นบลูทูธ ที่เวอร์ชั่นล่าสุด 3.0 สามารถรับส่งข้อมูลได้ไวถึง 24 เมกะบิต/วินาที แต่ข้อดีของ NFC ก็ยังมีอยู่หลายจุด อาทิ สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้เร็ว กินไฟในเครื่องน้อยกว่า และยังสามารถใช้งานกับอุปกรณ์ที่ไม่มีไฟฟ้าอยู่ภายในก็ได้
จุดแตกต่างระหว่าง NFC และ RFID คืออะไร?
อันที่จริงผู้ที่คร่ำหวอดในวงการเกษตร ค้าปลีก ห้องสมุด หรือวงการโทรคมนาคม อาจจะคุ้นเคยกับเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลแบบไร้สายระยะใกล้นี้แล้วในรูปแบบ RFID (Short-Range Radio Frequency Identification) ซึ่งมันจะเป็นชิปขนาดเล็ก
ที่ฝังอยู่ในเสื้อผ้า ข้างบรรจุภัณฑ์ บัตรรถไฟฟ้า (BTS, MRT) หรือแม้กระทั่งที่ใบหูของวัวนม เพราะเพียงแต่สิ่งมีชีวิต/ไม่มีชีวิตเหล่านี้เคลื่อนผ่านเครื่องอ่าน ก็จะสามารถระบุได้ว่าสิ่งของที่ผ่านไปคืออะไร?
แต่จุดแตกต่างระหว่าง NFC และ RFID ที่สำคัญคือ อย่างหลังนั้นจะทำหน้าที่เป็นตัวอ่านอย่างเดียว ไม่สามารถเขียนเนื้อหาลงไปให้อุปกรณ์อื่นอ่านต่อได้ และราคาถูกกว่า
ทั่วโลกต่างใช้ NFC
NFC กับมือถือ มีการปรากฎใช้ในหลากรูปแบบ เช่น ล่าสุดนำไปฝังไว้หลังตัวเครื่องอย่างที่เห็นในมือถือ Nexus S หรือหลากแบรนด์มือถือที่ฝังชิป NFC ไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีโนเกียเป็นผู้นำนวัตกรรมในขณะนั้น (เมื่อ 5 ปีที่แล้ว) เช่น โนเกีย 6212, ซัมซุง SHW-A170K และความเคลื่อนไหวล่าสุดคือ กูเกิลได้อัปเกรดให้เฟิร์มแวร์แอนดรอยด์ 2.3.3 รองรับชิป NFC ทั้งหมดแล้ว ที่เหลือก็รอลุ้นว่ากลางปี ข่าวลือที่ว่าไอโฟน 5 กับไอแพด 2 จะออกพร้อมชิป NFC จะจริงหรือไม่?
โดยในแรกเริ่มจะเน้นการใช้ NFC บนมือถือเพื่อแทนกระเป๋าสตางค์เงินสด ในการชำระค่าโดยสาร ค่าอาหาร ซึ่งเป็นเงินจำนวนไม่มาก โดยรูปแบบการจ่ายเงินด้วยชิป NFC บนมือถือนี้มีใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และเกาะฮ่องกง ล่าสุดรัฐบาลจีนก็เตรียมลุยระบบ NFC กับโครงสร้างคมนาคมของประเทศด้วยเช่นกัน
ส่วนในอเมริกา และยุโรป ก็ได้บุกเบิกระบบการจ่ายเงินด้วยการแตะมือถือไปแล้วระยะหนึ่ง เช่น ค่ายมือถือ 3 ค่ายดังของอเมริกาอย่าง AT&T, T-Mobile USA, และ Verizon Wireless พร้อมใจจับมือกันสร้าง และทดสอบระบบการจ่ายเงินบนมือถือ (Mobile Payment)
ส่วนไทยเองได้เริ่มนำนวัตกรรมนี้เข้ามาตั้งแต่ 3 ปีก่อน โดยค่ายบัตรเครดิตวีซ่า ที่นำเอาระบบเพย์เวฟ มาใช้กับโนเกีย 6212 ซึ่งก็มีพันธมิตรรายใหญ่อย่างธนาคารกสิกรไทย ค่ายมือถือเอไอเอส ร่วมกับร้านค้ากว่า 1,500 ร้านพร้อมใจกันทดลองระบบนี้ แต่ก็ไม่ต่อเนื่องเพราะมือถือรุ่นนี้ไม่ได้เป็นที่นิยม และต่อมาทางค่ายทรูก็ได้ออก “ทัชซิม” ที่ร่วมพัฒนาจากทีมกูรูในจีน ออกเป็นซิมที่ติดแผงวงจร RFID เข้าไป แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดไว้ เพราะมีขนาดใหญ่ และใช้กับมือถือไม่ได้ทุกรุ่น จนปัจจุบันจึงเน้นการใช้งานแทนบัตรพนักงานในตึกทรูรัชดาแทน
Cosyphone มือถือ NFC สำหรับผู้มีอายุ (มาก)
เมื่อปีที่แล้ว “ซาเจ้ม” ค่ายมือถือแห่งฝรั่งเศสลุกขึ้นมาปฏิวัติคงแคบๆ ของการใช้ NFC บนมือถือที่มักจะจำกัดอยู่ที่เพียงการใช้แทนกระเป๋าสตางค์ มาเป็นการเข้าถึงทุกบริบทของไลฟ์สไตล์ได้จริงๆ ทั้งยังมีกลุ่มเป้าหมายที่ต่างออกไป โดยเน้นให้สำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ และตั้งชื่อมันว่า “Cosyphone”

Cosyphone ถูกวางตำแหน่งให้เป็นมือถือสำหรับคนอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่ต้องการใช้ชีวิตที่ไฮเทคขึ้นโดยไม่ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จนเกิดเหตุ จุดเด่นของมือถือนี้อยู่ที่การฝังชิป NFC เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ฟังก์ชันต่างๆ ของมือถือโดยไม่ต้องกดปุ่มใดๆ ที่ตัวเครื่อง อาทิ หยิบแผ่นพลาสติกรูปใบหน้าคุณหมอ มาแตะที่เครื่องก็จะโทรหาคุณหมอได้ทันที โดยไม่ต้องเพ่งที่แผงปุ่มกดเพื่อกดเบอร์โทร หรือหากต้องการ ดูพยากรณ์อากาศ เล่นเน็ต หรือเช็กสภาพการจราจรก่อนออกจากบ้านก็เพียงแต่แผ่นพลาสติกที่มีรูปบ่งบอกถึงความสามารถต่างๆ อย่างชัดเจน ทำให้ผู้สูงอายุที่มักมีปัญหาด้านสายตา และการเคลื่อนไหวร่างกาย สามารถใช้มือถือได้พริ้วไม่แพ้วัยรุ่น
อาจกล่าวได้ว่ามี Cosyphone เครื่องเดียว สามารถใช้งานทุกอย่างที่ต้องการโดยไม่ต้องแตะเครื่องคอมพิวเตอร์เลย
ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของวงการธุรกิจต่างๆ รวมวิถีชีวิตใหม่ๆ ของผู้บริโภคที่จะเปลี่ยนไป (ในทางที่ดีขึ้น) เมื่อมีมือถือที่ฝังชิป NFC อยู่ใกล้ๆ ตัว
Micropayment ใช้เงินโดยไม่จับเงิน

เมื่อมีชิป NFC ติดในมือถือ เราสามารถเปลี่ยนมือถือให้กลายเป็นกระเป๋าสตางค์เงินสด หรือแม้แต่แทนบัตรเครดิตได้ แต่อย่างไรก็ดีการจ่ายเงินโดยผ่านชิป NFC ของมือถือนี้มักจะมีข้อกำหนดด้านเพดานการใช้จ่ายเงินแต่ละครั้ง (ซึ่งไม่ควรจะเกิน 3,000 บาท) เพื่อป้องกันในกรณีมือถือหายแล้วผู้อื่นเอาเงินไปใช้ ซึ่งเพดานเงินนี้ธนาคาร และผู้ใช้สามารถกำหนดเองได้
ลักษณะการทำงานก็เหมือนที่เราเอากระเป๋าสตางค์ที่ใส่การ์ดที่ฝังชิป RFID ทั้งหลาย เช่น บัตรรถไฟฟ้า บัตร 7-11 มาแตะที่เครื่องอ่านบัตร แต่ครั้งนี้ใช้แค่มือถือเครื่องเดียว…เอาอยู่!
นอกจากนี้แล้วทางธนาคารยังสามารถทำระบบโอนเงินระหว่างกันได้อีกด้วย แค่เอามือถือ 2 เครื่องมาแตะกัน
สิ่งสำคัญที่สุดที่นอกเหนือไปจากความสะดวกสบายของผู้บริโภคแล้ว ธนาคาร และร้านค้าที่คุณจ่ายเงินด้วยมือถือ จะสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้าแต่ละคนได้แบบเรียลไทม์ และนำไปสู่การให้ผลตอบแทนในการใช้จ่ายแต่ละครั้งได้ทันทีอีกด้วย
กรณีศึกษาการใช้ NFC กับธุรกิจร้านอาหาร


EnableTable แค่คุณแตะมือถือเข้ากับแฟ้มใส่สลิปเงิน (ซึ่งมีการฝังชิป NFC เอาไว้) ทางร้านก็จะทราบได้ทันทีว่าคุณมาทานอาหารจนครบยอดแล้ว จากนั้นก็จะแตะมือถือเข้ากับเครื่องอ่านของทางร้าน เพื่อส่งคูปองส่วนลดดิจิตอลให้คุณทันที เพื่อสิทธิพิเศษในการเข้ารับประทานอาหารครั้งต่อไป และครั้งหน้าเมื่อทานเสร็จ แตะมือถือ ก็จะได้รับส่วนลดทันที ดูวิดีโอสาธิตการทำงานของ EnableTable ได้ที่นี่ http://j.mp/enabletable
นามบัตรไฮเทค
การร่วมวงธุรกิจ การรู้หน้าอย่างเดียวไม่พอ ต้องรู้ใจ และไลฟ์สไตล์ของคู่ค้าให้มากที่สุด ดังนั้นจะดีแค่ไหนที่นามบัตรของคุณที่ติดชิป NFC เอาไว้ จะเป็นหน้าต่างบานสำคัญให้พาร์ทเนอร์ของคุณรู้จักคุณทุกมุมมอง ไม่ว่าจะเป็น การเข้าถึงโพสต่างๆ ที่คุณพูดคุยผ่านทวิตเตอร์ เฟสบุ๊ก การเข้าไปดูไฟล์ Resume ของคุณแบบออนไลน์ ฯลฯ ทั้งยังไม่เปลืองค่าพิมพ์นามบัตรซ้ำๆ อีกด้วย เพราะเวลาใช้แต่เอานามบัตรไปแตะมือถือของลูกค้าเท่านั้น
กรณีศึกษาการใช้ NFC กับการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ บนมือถือ

Taglet บริษัทจากญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้นำด้านการผลิตป้าย หรือแผ่นพลาสติกที่ฝังชิป NFC เอาไว้ เพื่อใช้ในแต่ละโอกาส เช่น แตะแล้วเข้าไปดูคลิปวิดีโอ เข้าไปยังหน้าเพจทวิตเตอร์ของแต่ละคนเป็นต้น http://j.mp/taglet-nfc
ตั๋วอัจฉริยะที่ไม่ใช่แค่กระดาษ

ถ้าไม่ใช่เพราะคุณกุมมือดูหนังกับคนพิเศษ ไม่มีใครเลยที่คิดจะเก็บตั๋วหนังเอาไว้เกิน 3 นาที และตั๋วเหล่านี้ยังรวมถึง ตั๋วรถเมล์ ตั๋วคอนเสิร์ต ฯลฯ แต่หลังจากมี NFC ในมือถือ ตั๋วเหล่านั้นจะถูกแปรสภาพเป็นรหัสไบนารี่โค้ด 0100010 เพื่อแทนที่ตั๋วกระดาษ
กรณีศึกษาการใช้ NFC แทนที่ตั๋วต่างๆ
เมื่อใดที่คุณออกจากโรงภาพยนตร์ ก็เพียงนำมือถือแตะที่เครื่องเพื่อตอบแบบสอบถามก็สามารถลุ้นรางวัลใหญ่จากโรงหนัง หรือดูตัวอย่างหนังที่กำลังจะเข้าโรงได้ ส่วนในกรณีที่เป็นงานคอนเสิร์ต คุณสามารถดูตำแหน่งที่นั่งของคุณได้จากมือถือทันทีที่เดินผ่านประตู ส่วนเมื่อแตะมือถือแทนค่าตั๋วรถเมล์ ก็จะเปิดแอปพลิคชันให้คุณทราบตำแหน่งเส้นทางของรถ และสามารถเตือนเมื่อใกล้ถึงจุดหมายได้
ป้ายโฆษณาอินเตอร์แอคทีฟ หวังผลจริง วัดผลได้

ฟังมาทั้งหมดวงการที่จะได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าตื่นเต้นที่สุดเห็นจะไม่พ้นวงการโฆษณา ที่เมื่อก้าวมาถึงยุค “สื่อใหม่ (New Media)” แล้ว “การตลาดบนมือถือ (Mobile Marketing)” ดูเหมือนจะเป็นกิมมิกที่มาแรงเอามากๆ และ NFC ก็ทำให้ทั้งแบรนด์ และกลุ่มเป้าหมายมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือ การทราบผลอย่างแม่นยำแบบเรียลไทม์อีกด้วย
กรณีศึกษาการใช้ NFC ในการทำโฆษณาบนมือถือ
เมื่อใดที่แตะมือถือเข้ากับโปสเตอร์ หรือป้ายไฟโฆษณาที่เดินผ่าน คุณก็สามารถจะได้รับทราบข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ รวมถึงการร่วมสนุกกับกิจกรรมการตลาด รวมถึงการได้คูปองเพื่อนำไปแลกสินค้าตัวอย่างได้อีกด้วย เทคนิคนี้เรียกว่า “Proximity Marketing” ซึ่งทำให้แบรนด์ที่ลงโฆษณาสามารถทราบฟีดแบคจากลูกค้าได้ทันที ไม่ต้องเสียงบมาทำแบบสำรวจอีกครั้ง
4 ตัวอย่างกรณีศึกษาข้างต้นล้วนบอกแต่ข้อดีของการใช้มือถือที่ฝังชิป NFC แต่ก็ยังมีหลายประเด็นที่ผู้ร่วมพัฒนาระบบจะต้องจัดการและสร้างมาตรฐานกลางก่อนที่จะเผยแพร่ไลฟสไตล์ไฮเทคนี้สู่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็น…
- - การเข้าระบบอย่างแน่นหนาในการโอนจ่ายเงิน หรือการรับ-ส่งข้อมูลต่างๆ ระหว่างมือถือกับเครื่องอ่าน
- การกำหนดวงเงินในการจ่ายเงินผ่านมือถือแต่ละครั้ง ค่าธรรมเนียมการโอน และเติมเงินเข้ามือถือ หรือในกรณีที่ต้องการจ่ายเงินเกินวงเงิน จำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์อื่นใช้ส่งรหัสยืนยันตัวตน เพื่ออนุญาตให้ดำเนินการโอนเงินได้
- การเก็บประวัติการใช้งานการทำธุรกรรมของลูกค้าแต่ละรายไว้ในระบบที่มีการเข้ารหัสเอาไว้ แต่ก็ยังสามารถเข้าถึงเป็นรายบุคคลตราบเท่าที่ผู้ใช้อนุญาต
- การร่าง หรือปรับประมวลกฎหมายที่ครอบคลุมถึงการลักลอบสแกนรหัส ไปจนถึง จำนวนตัวเลขขั้นต่ำของวงเงินที่หายไป (เมื่อมือถือหาย) เพื่อที่จะนำมาสู่การฟ้องร้องเอาผิดทางกฎหมาย (ในต่างประเทศ ต้องมากกว่า 1,500 บาท)
ที่มา http://blog.whatphone.net/


