กทช.เคาะราคาค่าเปลี่ยนค่ายโอเปอเรเตอร์ในโครงการคงสิทธิ์เลขหมาย หรือนัมเบอร์พอร์ทเหลือ 99 บาท ส่วนกระบวนการเปลี่ยนเครือข่ายกำหนดให้ต้องเสร็จใน 3 วัน รับอาจเปิดใช้ไม่ทัน 31 ส.ค.นี้ตามกำหนด แต่การันตีช้าออกไปไม่เกิน 1 เดือนแน่นอน
สุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร คณะกรรมการ กทช. ในฐานะประธานโครงการบริการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ทิบิลิตี) เปิดเผยว่า กทช.ได้สรุปค่าธรรมเนียมสำหรับการเปลี่ยนโอเปอเรเตอร์เพื่อใช้งานเลขหมายเดิมที่ 99 บาท จากเดิมกำหนดราคาเริ่มต้นไว้ที่ 200-300 บาทและกระบวนการเปลี่ยนค่ายจะต้องทำให้เสร็จภายใน 3 วัน โดยจะเสนอแผนดังกล่าวต่อ กทช.ในสัปดาห์หน้า
การคงสิทธิ์เลขหมายจะทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสามารถใช้เบอร์โทรศัพท์เดิมได้ต่อไป แม้ว่าจะเปลี่ยนไปใช้งานโอเปอเรเตอร์รายใดก็ตาม โดยการเปลี่ยนค่ายโอเปอเรเตอร์แต่ละครั้งจะต้องเสียค่าธรรมเนียม เท่ากับยิ่งค่าธรรมเนียมถูกลงเท่าใด ผู้บริโภคย่อมจะมีเสรีในการเลือกเครือข่ายโอเปอเรเตอร์ที่ต้องการได้อย่างอิสระมากขึ้นเท่านั้น
อย่างไรก็ดี กำหนดการเดิมระบุว่าเอกชนจะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 31 ส.ค.นี้ แต่จากการดำเนินการที่ผ่านมาพบว่ามีปัญหาความยุ่งยากซับซ้อนด้านเทคนิค โดยเฉพาะการเชื่อมต่อระหว่างกันของเอกชน ฉะนั้นเป็นไปได้ว่าจะเสร็จสิ้นล่าช้ากว่ากำหนด ทั้งหมดคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปีนี้
“คาดว่าจะสามารถเปิดใช้บริการดังกล่าวได้ภายในเดือน ก.ย.นี้ เนื่องจากติดปัญหาด้านเทคนิกการเชื่อมต่อโครงข่ายของผู้ให้บริการแต่ละเจ้า โดยปัญหาด้านเทคนิกการเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่างกัน ซึ่งแต่ละผู้ให้บริการใช้อุปกรณ์และระบบซอฟต์แวร์ที่แตกต่างกัน ประกอบกับเหตุการณ์ความไม่สงบทำให้เอกชนต้องหยุดงานไปช่วงระยะหนึ่ง จึงจะเป็นจะต้องให้มีการทดสอบระบบก่อนเปิดให้ใช้ได้จริงอีกราว 1 เดือน” นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการ กทช.เปิดเผยความคืบหน้าการคงสิทธิ์เลขหมาย
นายประเสริฐระบุว่า ในประเทศที่ให้บริการคงสิทธิ์เลขหมายแล้วล้วนพบปัญหาความล่าช้าในการเริ่มให้บริการ เช่นประเทศอินเดียที่ต้องล่าช้าออกไปอีก 7 เดือน เนื่องจากมีปัญหาการเชื่อมต่อที่มีระบบซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ที่ต่างกัน ทำให้ต้องแก้ไขทั้งหมด
“เราจะนำประสบการณ์การเกิดปัญหาในต่างประเทศมาแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดการล่าช้าออกไปอีก” นายประเสริฐ กล่าว
ศาสตราจารย์ประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กทช.ได้มีมติอนุมัติทบทวนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 จำนวน 3,000 ล้านบาท โดยงบประมาณดังกล่าวแบ่งเป็น 8 ด้านด้วยกันคือ 1. เรื่องการให้บริการเทคโนโลยีระบบ 3 G อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) และระบบเครือข่ายไร้สาย 2. บริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO) 3.การคงสิทธิเลขหมาย (Number Portability หรือ MNP) 4.คุณภาพการให้บริการโครงข่ายในอนาคต 5.กิจการกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ 6.ด้านการกำกับดูแล 7.การเชื่อมต่อโครงข่าย 8.การปรับปรุงโครงการให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ซึ่งงบประมาณดังกล่าวยังรวมโครงการอื่นๆ ในกิจการด้านโทรคมนาคม และแผนแม่บท
นอกจากนี้ บอร์ด กทช.ได้อนุมัติเลขหมายใหม่ให้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (เอไอเอส) จำนวน 1.5 ล้านเลขหมาย ขณะที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (ดีแทค) และบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ได้ยี่นขอเลขหมายใหม่เช่นกัน แต่ยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการกลั่นกรองการพิจารณา
นอกจากนี้ ในอีก 2-3 สัปดาห์ กทช.จะเชิญผู้สมัครเลขาธิการ กทช.จำนวน 15 ราย เข้าร่วมประชุมและให้ทราบถึงรายละเอียดกระบวนการในการสรรหา เพื่อชี้แจงให้ผู้สมัครเข้าใจในกระบวนการสรรหาอย่างถูกต้อง
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์


